การพ่นสารกำจัดศัตรูพืชลงบนพื้นผิวเป็นวิธีหนึ่งในการควบคุมศัตรูพืช โดยการนำสารกำจัดแมลงมาใช้โดยตรงกับพื้นผิวที่เปิดเผย เช่น พื้น ผนัง เพดาน พื้นภายนอก พรรณไม้ หรือส่วนภายนอกของอาคาร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างชั้นของสารกำจัดแมลงบนพื้นที่ที่ศัตรูพืชมักคลาน หยุดพัก หรืออาศัยอยู่ เพื่อให้เกิดการกำจัดอย่างรวดเร็วและควบคุมประชากรศัตรูพืช
ต่างจากวิธีการพ่นสารกำจัดศัตรูพืชในอากาศ (Space Spraying) การพ่นสารลงบนพื้นผิวจะออกฤทธิ์เป็นหลักบนพื้นผิวที่ได้รับการพ่น มากกว่าที่จะมุ่งเป้าไปที่แมลงที่บินอยู่ในอากาศ หลังจากการพ่น ศัตรูพืชจะดูดซับสารออกฤทธิ์ผ่านการคลาน หยุดพัก หรือสัมผัสกับพื้นผิวที่ได้รับการพ่น ซึ่งส่งผลให้เกิดพิษจากการสัมผัส (Contact Toxicity) นอกจากนี้ บางสูตรอาจให้ผลตกค้างระยะสั้น ทำให้สามารถควบคุมแมลงต่อเนื่องได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง
สูตรที่นิยมใช้กันทั่วไป ได้แก่ ไบตา-ไซเพอร์เมทริน เอสซี (Beta-cypermethrin SC), เดลตาเมทริน เอสซี (Deltamethrin SC), ฟิโปรนิล เอสซี (Fipronil SC) และไดโนเทฟูแรน ซีบี (Dinotefuran CB) โดยการเลือกสารกำจัดแมลงที่เหมาะสมและการใช้สารอย่างถูกต้องเป็นพื้นฐานสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการควบคุมศัตรูพืช
การพ่นสารกำจัดแมลงบนผิวหน้ามีข้อดีหลายประการ เช่น การรักษาพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว การควบคุมศัตรูพืชที่มองเห็นผลได้ชัดเจน การใช้งานที่ยืดหยุ่น และการครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ วิธีนี้จึงถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการจัดการศัตรูพืชด้านสาธารณสุข สภาพแวดล้อมทางการเกษตร การควบคุมศัตรูพืชเชิงพาณิชย์ คลังสินค้าและโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงการกำจัดศัตรูพืชในครัวเรือน
ในระหว่างการใช้งาน ช่างเทคนิคจำเป็นต้องเน้นการรักษาบริเวณที่แมลงศัตรูพืชมักเคลื่อนที่หรือพักอาศัยบ่อย ๆ ซึ่งรวมถึงพื้นที่ภายในอาคาร เช่น มุมผนัง บริเวณพื้น ด้านหลังเฟอร์นิเจอร์ ใต้อ่างล้างจาน และรอบ ๆ ประตูและหน้าต่าง รวมทั้งพื้นที่ภายนอกอาคาร เช่น บริเวณที่มีการเก็บขยะ บริเวณรอบท่อระบายน้ำ พื้นที่ที่มีพืชพรรณและพุ่มไม้ รวมถึงทางเดินสาธารณะ ผู้ปฏิบัติงานควบคุมแมลงศัตรูพืชต้องเจือจางและเตรียมสารกำจัดแมลงให้เหมาะสม สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่จำเป็น และปฏิบัติตามฉลากผลิตภัณฑ์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยตลอดกระบวนการดำเนินงาน
ควรทราบว่า การพ่นสารกำจัดแมลงลงบนพื้นผิวไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาแบบครั้งเดียวหรือแบบระยะยาวแต่อย่างใด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในการควบคุมแมลงศัตรูพืชที่มีเสถียรภาพและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น วิธีนี้ควรนำมาใช้ร่วมกับการจัดการสิ่งแวดล้อม การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ การจัดการด้านสุขาภิบาล และการตรวจสอบอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ เพื่อจัดตั้งระบบการจัดการแมลงศัตรูพืชแบบบูรณาการ (Integrated Pest Management: IPM) อย่างครบถ้วน
ในอนาคต ด้วยข้อกำหนดด้านสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เทคโนโลยีการพ่นผิวจะยังคงพัฒนาต่อไปสู่ความแม่นยำ ความปลอดภัย ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการประยุกต์ใช้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น